มาวัดความสุขด้วยตนเองกันเถิด

(comments: 0)

มาวัดความสุขด้วยตนเองกันเถิด

แม่ลิง

 

เมื่อพูดถึงความสุข ทุกคนล้วนอยากมีความสุขด้วยกันทั้งนั้น ผู้เขียนยังไม่เคยได้ยินใครพูดว่า “ฉันอยากมีความทุกข์จังเลย” แล้วเจ้าความสุขนี่ มันมีคุณภาพหรือมีมาตรฐานหรือเปล่า..เรามีความสุขจริงไหม มีความสุขแค่ไหน สุขมาก สุขน้อย สุขสูงสุด ฯลฯ

เมื่อไม่นานมานี้มีน้องคนหนึ่งแวะมาดื่มกาแฟและนั่งคุยกับผู้เขียน น้องเปรยให้ฟังว่า “หนูไม่รู้ว่าตัวเองมีความสุขหรือเปล่า..ในเมื่อความสุขของคนเรามันไม่เหมือนกัน และไม่เท่ากันแล้วจะเอาอะไรมาวัดว่า เรามีความสุขหรือไม่มีความสุข?” โชคดีที่ผู้เขียนเคยอ่านคู่มือการวัดความสุขเมื่อหลายปีก่อน จึงนั่งคุยกับน้องเรื่องการวัดความสุขยืดยาวไปจนถึงเที่ยง

เพื่อให้เข้ากับหัวข้อเรื่อง HAPPY ในฉบับนี้ผู้เขียนจึงนำเรื่องการวัดความสุขด้วยตนเองมาเล่าสู่กันฟัง คู่มือวัดความสุขที่พูดถึงนี้เป็นของ สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล ที่ได้ทำการวิจัยและรวบรวมข้อมูลจนได้เครื่องมือที่เรียกว่า HAPPINOMETER และได้จัดทำคู่มือการวัดความสุขด้วยตนเอง เพื่อให้เข้าใจและใช้งานเครื่องมือนั้นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

 

 

 

เครื่องมือ HAPPINOMETER เป็นเสมือนปรอทที่วัดความรู้สึกและประสบการณ์ ที่สะท้อนมาจากคุณภาพชีวิตของเราเอง โดยมีคะแนนความสุขเป็นค่าเฉลี่ย สำหรับบุคคลทั่วไปจะมีตัวชี้วัดจากความสุข 8 ด้านได้แก่

 

 

 

1. สุขภาพดี (Happy Body) คือคนที่มีสุขภาพร่างกายแข็งแรง พึงพอใจในสภาวะสุขภาพของตนเอง

 

 

2. ผ่อนคลายดี (Happy Relax) คือคนที่สามารถจัดการเวลาในแต่ละวัน เพื่อการพักผ่อนได้เป็นอย่างดี พอใจกับการจัดการปัญหาต่าง ๆ ของตนเอง ทำชีวิตให้ง่ายและสบาย

 

 

3. น้ำใจดี (Happy Heart) คือคนที่มีจิตสาธารณะ มีส่วนในการสร้างประโยชน์ให้แก่ส่วนรวม และเป็นคนมีเมตตาต่อคนอื่น

 

 

4. จิตวิญญาณดี (Happy Soul) คือคนที่มีคุณธรรมและศีลธรรม รู้จักการให้ รู้แพ้รู้ชนะ รู้จักเสียสละ

 

 

5. ครอบครัวดี (Happy Family) คือคนที่มีความผูกพัน มั่นใจ เชื่อใจ และอุ่นใจกับคนในครอบครัวของตนเอง

 

 

6. สังคมดี (Happy Society) คือคนที่มีความสัมพันธ์ที่ดีกับเพื่อนบ้าน ไม่เอาเปรียบ ไม่ทำให้สังคมและผู้อื่นเดือดร้อน

 

 

7. ใฝ่รู้ดี (Happy Brain) คือคนที่มีความกระตือรือร้น ตื่นตัวในการเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อปรับตัวและตั้งรับความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ

 

 

8. สุขภาพเงินดี (Happy Money) คือคนที่มีวินัยในการใช้เงิน มีความสามารถและพอใจในจัดการรายรับ รายจ่าย และมีเงินออมในแต่ละเดือน

 

สำหรับบุคคลที่ทำงานในองค์กรหรือบริษัทจะวัดความสุขเพิ่มอีกด้านด้วยคือ

9. การงานดี (Happy Work-life) คือคนที่มีความสบายใจ รัก ผูกพัน ในหน้าที่การงาน มีความภูมิใจในองค์กร มั่นใจในรายได้และความก้าวหน้าในหน้าที่การงานของตนเอง

 

สำหรับท่านที่สนใจอยากจะสำรวจความสุขของตนเองว่า มีความสุขมากน้อยแค่ไหน และมีความสุขในด้านใดบ้างก็สามารถเข้าไปทำแบบทดสอบด้วยตนเองได้ที่ www.happinometer.com

บางคนอาจจะสงสัยว่าการที่คนเรามีความสุขนั้นจำเป็นต้องวัดความสุขด้วยหรือ หากเรามีความสุขกายสบายใจดีอยู่แล้วก็คงไม่จำเป็น แต่หากยังมีคำถามกับตัวเองว่า เรามีความสุขจริงไหม ทำไมจึงรู้สึก สุก ๆ ดิบ ๆ หรือสุขแค่ชั่วครู่ชั่วยาม การลองหาคำตอบก็อาจจะช่วยให้เราเข้าใจตนเองมากขึ้น รู้ว่า เรามีความสุขด้านไหนบ้าง ขาดความสุขด้านใดบ้าง เราอาจจะหาทางแก้ไขเพิ่มเติมให้ชีวิตมีความสุขในทุก ๆ ด้านซึ่งเป็นความสุขที่ยั่งยืน และอยู่กับเราไปยาวนาน

ขอส่งท้ายเรื่องของความสุขด้วยเพลงของคณะสุนทราภรณ์ แม้ใครจะว่าเก่าและแก่ แต่ที่แน่ ๆ ร้องเพลงนี้แล้วมีความสุขค่ะ “สุขกันเถอะเรา”

 

..สุขกันเถอะดี อย่ามัวรีรอ

อย่าทำหน้างอ ยิ้มนิดพอใจชื่น

ชีพจะดำรง อยู่ยงคงคืน

ต่ออายุยืน ยิ้มนิดเดียวให้ชื่นใจ ….

 

ส่งท้ายปี 2019 สวัสดีปีใหม่ 2020 สุขกายสบายใจทุกท่านนะคะ

 

 

อ้างอิง : คู่มือการวัดความสุขด้วยตนเอง HAPPINOMETER สถาบันวิจัยประชากรและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล, 2555

 

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/de/illustrations/frau-m%C3%A4dchen-lebensfreude-1790841/

 

กลับ

Add a comment