กฎหมายแรงงานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3

(comments: 0)

กฎหมายแรงงานในประเทศสวิตเซอร์แลนด์ ตอนที่ 3

สิทธิในการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น”

ศักดา บัวลอย

 

ฉบับที่แล้วผมได้นำเสนอ “สิทธิและหน้าที่ของนายจ้างและลูกจ้าง” ซึ่งกล่าวถึงสิทธิในการมีวันหยุดงานเพื่อการพักผ่อนทั่วไป ในฉบับนี้จะกล่าวถึงหลักเกณฑ์และสิทธิการลาประเภทต่าง ๆ ของลูกจ้าง ซึ่งเป็นการลาที่ยังได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้างเช่นกัน และตอนท้ายจะกล่าวถึง สิทธิที่จะได้เงินชดเชยของลูกจ้างเมื่อไม่สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลานาน เพราะก็เป็นกรณีที่ไม่ได้ทำงานแต่ก็ยังได้รับค่าตอบแทนเช่นกัน

 

สิทธิการลาประเภทต่าง ๆ

นอกเหนือจากสิทธิในการมีวันหยุดงานเพื่อการพักผ่อนทั่วไปแล้ว ลูกจ้างยังมีสิทธิในการลาประเภทต่าง ๆ ที่เป็นการลาที่ยังได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง อันได้แก่

1. การลากิจ สิทธิในการการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น หรือการลากิจของลูกจ้างนั้น เป็นการลาที่ยังได้รับเงินเดือนหรือค่าจ้าง เช่น การลากิจเนื่องจาก งานแต่งงาน การย้ายบ้าน การไปติดต่อราชการ หรือว่า จำเป็นต้องไปหาหมอ สำหรับการลากิจในโอกาสเหล่านี้นายจ้างจะต้องอนุญาตให้ลูกจ้างลาได้ ทั้งนี้กฎหมายมิได้กำหนดการลากิจไว้ เพียงแต่นิยามไว้ว่า เป็นการลาที่นอกเหนือจากชั่วโมงและวันเวลาว่าง โดยทั่วไปบริษัทจะมีข้อกำหนดอนุญาตการลากิจไว้ในกฎระเบียบพนักงาน ในสัญญาว่าจ้างส่วนบุคคล หรือตามสัญญาว่าจ้างร่วมของสหพันธ์นายจ้างและสหพันธ์แรงงานเฉพาะกลุ่มสาขาอาชีพนั้น ๆ (Gesamtarbeitsvertrag, GAV) หากไม่มีการระบุเรื่องสิทธิการลากิจดังกล่าวในสัญญาว่าจ้าง สิทธิการได้รับค่าจ้างในการลากิจจะให้สำหรับลูกจ้างที่ได้รับค่าจ้างเป็นรายเดือนเท่านั้น ส่วนลูกจ้างรายชั่วโมงจะได้รับค่าจ้างในการลากิจก็ต่อเมื่อมีการระบุลงในสัญญาจ้างงานร่วม หรือสัญาญาจ้างเป็นรายบุคคลระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง

โดยทั่วไปจะกำหนดตามเกณฑ์ดังนี้

การย้ายบ้านลาได้ 1 วัน

การเรียกพลฝึกทหาร และรายงานตัวทหารลาได้ 1 วัน

ญาติหรือบุคคลใกล้ชิดเสียชีวิตลาได้ 1 วัน

ไปร่วมงานศพลาได้ 1 วัน

ไปร่วมงานแต่งงานของญาติสนิทลาได้ 1 วัน

ภรรยาคลอดบุตรลาได้ 1 วัน

วันแต่งงานของตนเองลาได้ 2 - 3 วัน

บุคคลในครอบครัวเสียชีวิตลาได้ 1- 3 วัน (ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์)

คู่สมรส บุตร อาศัยอยู่ภายในครัวเรือนเดียวกันเสียชีวิตลาได้ 3 วัน

บุตรที่อยู่ในครัวเรือนเดียวกันป่วยลาได้ 1-3 วัน (กรณีที่ไม่สามารถหาผู้ดูแลบุตรได้)

 

นอกจากนื้ตามประมวลกฎหมายบังคับมาตรา 29 ย่อหน้า 3 (Art. 329 Abs. 3 OR) ลูกจ้างมี สิทธิลากิจเพื่อหางานใหม่ หลังจากที่นายจ้างยกเลิกการว่าจ้างงานแล้ว (ซึ่งต้องแจ้งล่วงหน้า) ลูกจ้างมีสิทธิที่จะได้รับเวลาว่างนอกเหนือจากชั่วโมงหยุดพัก และวันว่างทั่วไป เพื่อใช้เป็นเวลาในการหางานใหม่ โดยทั่วไปประมาณครึ่งวัน ต่อ 1 อาทิตย์1

 

2. ลาป่วย2 จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์ กรณีลูกจ้างป่วยจนไม่สามารถไปทำงานได้ ลูกจ้างจะต้องแสดงหลักฐานการป่วยให้แก่นายจ้างทราบ ทั้งนี้กฎหมายไม่ได้ข้อกำหนดไว้ว่า จะต้องทำอย่างไร แต่โดยทั่วไปแล้วเมื่อป่วยเกิน 3 วัน จะต้องแสดงใบรับรองแพทย์แก่นายจ้าง ใบรับรองแพทย์จะต้องระบุข้อมูลชัดเจน ตั้งแต่ เริ่มป่วย จนถึงวันสิ้นสุดและระดับของอาการป่วยที่ไม่สามารถทำงานได้ ส่วนคำวินิจฉัยโรคไม่จำเป็นต้องแจ้งให้นายจ้างรับทราบ

 

3. ลาเพื่อดูแลบุตรที่ป่วย ถือเป็นการลากิจชนิดหนึ่งเช่นกัน ซึ่งระบุไว้ในกฎหมายแรงงานมาตรา 36 (Art. 36 Abs. 1, 3 ArG) ลูกจ้างที่มีบุตรอยู่ในความดูแลซึ่งเป็นผู้เยาว์อายุต่ำกว่า 15 ปี หากบุตรป่วย และได้นำใบรับรองแพทย์มาแสดงเพื่อขอลาดูแลบุตร นายจ้างจะต้องให้วันลาหยุดแก่ลูกจ้างรวมระยะเวลาได้ถึง 3 วัน

 

4. สิทธิในการลาเพื่อไปรับราชการทหาร ลูกจ้างที่มีหน้าที่ต้องเข้ารับราชการทหาร หรือการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยฝ่ายพลเรือน ตามระยะเวลาที่ทางราชการกำหนด อันเป็นเหตุให้ไม่สามารถทำงานได้ตามปกติ มีสิทธิได้รับค่าจ้างเป็นจำนวน 80 เปอร์เซ็นของเงินเดือนจากกองทุนประกันสวัสดิการสังคมชดเชยรายได้ (Erwerbsersatzordnung คำย่อ EO) อ่านข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ https://www.ahv-iv.ch/p/6.01.d (สืบค้นข้อมูล วันที่ 24.11.2019)

 

5. สิทธิการลาคลอด ตามประมวลกฎหมายบังคับมาตรา 329f (Art. 329f OR) ลูกจ้างสตรีมีสิทธิลาคลอดได้เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 14 อาทิตย์ หลังจากคลอดบุตร

นอกจากสิทธิในการลาคลอดแล้ว กฎหมายแรงงานยังให้สิทธิและคุ้มครองสตรีมีครรภ์ และที่ให้นมบุตรดังนี้

- การคุ้มครองสุขภาพของมารดา ตามกฎหมายแรงงานมาตรา 35 (Art. 35 ArG) นายจ้างมีหน้าที่จัดลักษณะการทำงานให้แก่สตรีมีครรภ์และสตรีให้นมบุตร เพื่อไม่ให้เป็นผลเสียต่อสุขภาพของมารดาและบุตร สำหรับงานหนักและเป็นอันตรายนายจ้างสามารถออกกฎระเบียบตามเงื่อนไขพิเศษ เพื่อยกเว้นมิให้สตรีมีครรภ์และให้นมบุตรต้องประกอบการดังกล่าว หากนายจ้างไม่สามารถจัดหางานในลักษณะเดียวกันนี้ให้แก่สตรีมีครรภ์ หรือสตรีให้นมบุตรได้ ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินเดือน 80 เปอร์เซ็น โดยรวมค่าเบี้ยเลี้ยงตามความเหมาะสมของเงินเดือนปกติ (โดยไม่ต้องทำงาน)

การคุ้มครองดังกล่าว กฎหมายได้แจงรายละเอียดไว้ใน มาตรา 35a (Art. 35a ArG) ดังนี้

1. การทำงานสำหรับสตรีมีครรภ์ และหญิงที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตรนั้น จะกระทำได้ก็ต่อเมื่อได้รับการยินยอมจากสตรีผู้นั้น

2. อนุญาตให้สตรีมีครรภ์ไม่ต้องทำงาน หรือละการทำงานได้โดยแสดงความจำนงว่า ต้องการเวลาในการให้นมบุตร

3. ช่วงระยะเวลาหลังคลอด 8 อาทิตย์จะไม่อนุญาตให้ทำงาน หลังจาก 16 อาทิตย์เป็นต้นไป จะต้องได้รับความยินยอมจากสตรีผู้นั้น นายจ้างจึงสามารถให้เริ่มทำงานได้

4. ไม่อนุญาตให้สตรีมีครรภ์ที่ใกล้คลอด (เริ่มตั้งแต่ 8 อาทิตย์ก่อนคลอด) ทำงานระหว่างเวลา 20 นาฬิกา และ 6 นาฬิกา

- การทำงานทดแทน และการจ่ายเงินเดือนในระหว่างหยุดงานของสตรีมีครรภ์และสตรีที่ต้องให้นมบุตร กฎหมายแรงงาน มาตรา 35 และ 35b (Art. 35 und 35b ArG) ระบุไว้ว่า นายจ้างที่มีลูกจ้างเป็นสตรีมีครรภ์ ที่ทำงานระหว่างเวลา 20 นาฬิกา ถึงเวลา6 นาฬิกา ให้นายจ้างจัดเปลี่ยนระยะเวลาการทำงานมาเป็นระหว่างเวลา 6 นาฬิกา ถึง 20 นาฬิกา โดยจัดให้ทำงานในลักษณะเดียวกัน ทั้งนี้รวมถึงในช่วงระยะเวลาอาทิตย์ที่ 8 ถึง 16 หลังคลอดด้วย

หากนายจ้างไม่สามารถเปลี่ยนช่วงระยะเวลาการทำงานให้กับสตรีมีครรภ์ หรือหลังคลอดบุตร ที่ทำงานในระหว่างเวลา 20 นาฬิกา ถึง 6 นาฬิกาได้ ตามกฎหมายนี้ ลูกจ้างสตรีดังกล่าวสามารถหยุดงานได้ โดยมีสิทธิได้รับเงินเดือน 80 เปอร์เซ็น รวมค่าเบี้ยเลี้ยงตามความเหมาะสมของเงินเดือนปกติ

 

กรณีที่ลูกจ้างไม่สามารถทำงานได้เป็นระยะเวลานาน

ในการทำงานโดยทั่วไปนั้นอาจมีเหตุการณ์ที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น เช่น ลูกจ้างไม่สามารถทำงานต่อไปได้ อาจมีสาเหตุมาจากการเจ็บป่วย หรือได้รับอุบัติเหตุ เพื่อให้มีการคุ้มครองในส่วนนี้ ลูกจ้างควรสอบถามนายจ้างเกี่ยวกับประกันรายได้เสริมชดเชยในกรณีดังกล่าว เช่น การทำประกันชดเชยการเจ็บป่วย (Krankentagsgeldversicherung) ในกรณีที่ลูกจ้างป่วยเป็นระยะเวลานาน ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินเดือนจากการทำประกัน 80 เปอร์เซ็นของเงินเดือน รับสูงสุดถึง 720 วัน ในระยะเวลา 900 วัน ตามเงื่อนไขของบริษัทประกัน

หากลูกจ้างไม่มีประกันดังกล่าวข้างต้น ก็ยังมีสิทธิได้รับเงินชดเชยตามประมวลกฎหมายบังคับมาตรา 324 (Art. 324 OR) ดังนี้ ลูกจ้างที่ไม่ได้ทำประกันเงินชดเชย สำหรับลูกจ้างที่ทำงานนานเกินกว่า 3 เดือน (ทั้งลูกจ้างรายเดือนรายชั่วโมง) ลูกจ้างมีสิทธิได้รับเงินชดเชย เป็นระยะเวลา 3 อาทิตย์ หากลูกจ้างทำงานนานเกินกว่า 2 ปี ขึ้นไป มีสิทธิได้รับเงินเดือนชดเชยตามตารางกฎระเบียบของแต่ละรัฐ ดังตัวอย่างนี้

 

ตารางคำนวณการจ่ายเงินชดเชย ของรัฐเบิร์น (Berner Skala)

ปีการทำงาน Dienstjahr

การจ่ายเงินเดือนต่อ Lohnfortzahlung

1 ปีแรก

3 อาทิตย์

ปีที่ 2

1 เดือน

ปีที่ 3 และ ปีที่ 4

2 เดือน

ปีที่ 5 ถึงปีที่ 6

3 เดือน

ปีที่ 10 ถึงปีที่ 14

4 เดือน

ปีที่ 15 ถึงปีที่ 19

5 เดือน

ปีที่ 20 ถึงปีที่ 25

6 เดือน

 

ตารางคำนวณการจ่ายเงินชดเชย ของรัฐบาเซิล (Basel Skala)

ปีการทำงาน Dienstjahr

การจ่ายเงินเดือนต่อ Lohnfortzahlung

1 ปีแรก

3 อาทิตย์

ปีที่ 2 และ ปีที่ 3

2 เดือน

ปีที่ 4 ถึงปีที่ 10

3 เดือน

ปีที่ 11 ถึงปีที่ 15

4 เดือน

ปีที่ 16 ถึงปีที่ 20

5 เดือน

เริ่มตั้งแต่ปีที่ 21

6 เดือน

 

ตารางคำนวณการจ่ายเงินชดเชย ของรัฐซูริค (Zürich Skala)

ปีการทำงาน Dienstjahr

การจ่ายเงินเดือนต่อ Lohnfortzahlung

1 ปีแรก

3 อาทิตย์

ปีที่ 2

8 เดือน

ปีที่ 3

9 เดือน

ปีที่ 4

4 เดือน

ปีถัดไป

เพิ่ม 1 อาทิตย์ตามจำนวนปี

ที่มา ตารางคำนวณการจ่ายเงินชดเชย ของรัฐเบิร์น รัฐบาเซิล รัฐซูริค https://www.trabeco.ch/fileadmin/media/downloads/Mitarbeiter/KMU_Portal_Berner_Skala.pdf
(
สืบค้นข้อมูล วันที่ 24.11.2019)

 

สิทธิในการลาเพื่อกิจธุระอันจำเป็น” ที่ผมนำเสนอในฉบับนี้ หวังว่าจะเป็นการสร้างความสัมพันธ์ระหว่างนายจ้างกับลูกจ้าง ในการทำงานร่วมกันตามสิทธิและหน้าที่ รวมทั้งช่วยส่งเสริมและเอื้ออาทรซึ่งกันและกันเพื่อให้เกิดประโยชน์สุขทั้งสองฝ่าย

ฉบับหน้าผมจะนำเสนอเรื่อง “หน้าที่ของนายจ้าง” เป็นเรื่องเกี่ยวกับหน้าที่ของนายจ้างที่จะต้องเคารพและปกป้องความเป็นส่วนตัว ตลอดทั้งความรับผิดชอบต่อสุขภาพของลูกจ้างและป้องกันคุ้มครองไม่ให้เกิดอันตรายแก่ลูกจ้างในระหว่างการทำงานทั้งภายในและภายนอกสถานประกอบการ

1

 https://www.guider.ch/arbeit/arbeitsrecht/absenzen-feiertage-ferien/2C84CA8FB8B7CD75C1256C1A0049864B

2

 https://www.guider.ch/arbeit/arbeitsrecht/krankheit-unfall-militaer/BA1FC40DB574C415C12576C00038D37E

กลับ

Add a comment