การสอนลูกพูดภาษาไทย

(comments: 0)



การสอนลูกพูดภาษาไทย

 

ครูปูนิ่ม

โรงเรียนกอไก่เพื่อเด็กไทยในเยอรมนี

 

ภาษาเมื่อได้รับการฝึกหรือใช้อย่างสม่ำเสมอก็จะเกิดความชำนาญไม่ว่าจะเป็นภาษาใดก็ตาม เมื่อเกิดความชำนาญในการพูดและฟังแล้ว ก็จะสามารถฝึกทักษะด้านการอ่านและเขียนได้อย่างง่ายดายและเมื่อฝึกฝนจนเกิดความชำนาญก็จะสามารถใช้ภาษานั้น ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

คุณพ่อ คุณแม่ หลาย ๆ คนที่มีลูกโตในต่างแดน หรือมีลูกกับชาวต่างชาติ คงจะเคยคิดว่า ทำอย่างไรลูกจะพูดภาษาไทยได้เราจะมาคุยกันค่ะว่าการสอนลูกพูดภาษาไทยนั้นทำอย่างไร แต่ก่อนอื่นเรามาดูกันก่อนว่า ทำไมเราควรสอนลูกพูดภาษาไทย

ทำไมควรสอนภาษาไทยให้ลูก

เหตุผลหลัก ๆ ที่ควรสอนภาษาไทยให้ลูกนั้น ได้แก่

.ภาษาไทยเป็นรากเหง้า เอกลักษณ์ วัฒนธรรมของคนไทย

.ในหลวงรัชกาลที่ ๙ ทรงมีความห่วงใยในการใช้ภาษาไทย ของคนไทยที่อยู่ต่างประเทศมาก

.มีการวิจัยจากหลายสถาบันแสดงให้เห็นว่า เด็กที่สามารถพูดภาษาของพ่อและแม่ได้จะมีพัฒนาการทางสมองที่ดี

.เด็กจะสามารถรับรู้ภาษาได้โดยอัตโนมัติ ตั้งแต่แรกเกิด

.เป็นการลดช่องว่างในการสื่อสารระหว่างแม่และลูก

.โอกาสด้านการงานอาชีพในอนาคต

 

 

หลักการเบื้องต้นในการสอนลูกพูดภาษาไทย

เราได้รับทราบถึงเหตุผลต่าง ๆ แล้วว่า การสอนลูกพูดภาษาไทยนั้นดีอย่างไร เรามาดูกันค่ะว่า เรามีหลักการอย่างไรบ้างในการที่จะสอนลูกพูดภาษาไทย

เด็กจะสามารถเรียนพูดภาษาต่าง ๆ ได้ ก็ต่อเมื่อได้พูดและได้ฟังภาษานั้นบ่อยครั้งจนเกิดความเคยชินตั้งแต่วัยเริ่มหัดพูดอายุ2-6ปี หรือตั้งแต่แรกเกิดเลยทีเดียวเมื่ออายุ 12ปีขึ้นไปประสิทธิภาพของสมองในการรับรู้ทางภาษาจะเริ่มลดลง ซึ่งจะส่งผลต่อการรับรู้ ความเข้าใจ การใช้หรือแม้กระทั้งสำเนียงการออกเสียง

เด็กแต่ละคนนั้นมีพัฒนาการด้านการพูด และภาษาที่แตกต่างกัน จะช้าหรือเร็วนั้นขึ้นอยู่กับพัฒนาการตามวัยของเด็กแต่ละคนและอาจเป็นไปตามพันธุกรรมด้วยซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ต้องกังวล เมื่อเด็กมีพัฒนาการช้าพ่อแม่ก็ไม่ควรย่อท้อควรมีความอดทนที่จะใช้ภาษาของตัวเองกับลูกต่อไปแต่ปัญหาที่เกิดขึ้นจริงก็คือ ครอบครัวของเด็กมีทัศนคติเกี่ยวกับการใช้ภาษาที่ไม่ถูกต้องด้วยคิดว่าเด็กเกิดและอาศัยอยู่ที่ใดก็ควรที่จะสื่อสารกับเด็กด้วยภาษานั้นทั้ง ๆ ที่แม่ของเด็กไม่ได้ใช้ภาษานั้นอย่างถูกต้อง100เปอร์เซนต์ การวิจัยเกี่ยวกับการเรียนรู้ทางภาษาชี้ให้เห็นว่าคนที่เรียนภาษาใหม่ตั้งแต่อายุ20ปีขึ้นไป จะไม่สามารถออกเสียงคำในภาษาที่เรียนนั้นได้ชัดเจนและจะไม่สามารถออกสำเนียงที่ถูกต้องเหมือนเด็กที่เรียนตั้งแต่เริ่มหัดพูดดังนั้นการที่พ่อหรือแม่จะใช้ภาษาใหม่ที่ไม่ใช่ภาษาของตนสื่อสารกับลูกจึงเป็นสิ่งที่ควรหลีกเลี่ยงเพราะแทนที่เด็กจะได้เรียนรู้ และใช้ภาษาอย่างถูกต้องกลับจะทำให้เด็กเรียนรู้ภาษาอย่างที่พ่อแม่ใช้และยังได้รับสำเนียงที่ผิดแปลกไปจากภาษาต้นฉบับอีกด้วยอีกประการหนึ่งการที่เด็กอาศัยอยู่ในเยอรมนีมีพ่อเป็นคนเยอรมันก็ไม่จำเป็นจะต้องห่วงว่าลูกจะพูดภาษาเยอรมันไม่ได้ เพราะลูกสามารถเรียนรู้ได้จากพ่อ จากโรงเรียนหรือเพื่อนชาวเยอรมันของเขาเอง การที่แม่จะใช้ภาษาอื่นที่ไม่ใช่ภาษาของตนสื่อสารกับเด็กเป็นความเชื่อที่ผิด

สิ่งสำคัญอีกประการหนึ่งก็คือเมื่อเด็กใช้ภาษาไม่ถูกต้องพ่อแม่ไม่ควรที่จะล้อเลียนหรือให้ความสนใจกับข้อบกพร่องนั้นแต่ควรที่จะให้กำลังใจทำให้เด็กเกิดความภาคภูมิใจและอยากจะพูดภาษาไทยต่อไป อีกทั้งควรอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมจะต้องเรียนภาษาไทยอธิบายถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเด็กในอนาคต

หญิงไทยหลายคนชอบให้เหตุผลว่าไม่มีเวลาสอน เพราะต้องทำงานหนัก หรือลูกต่อต้าน ไม่ยอมรับและไม่ตอบกลับเป็นภาษาไทยเลย เมื่อเวลาผ่านไปหากแม่ไม่มีความอดทนที่จะใช้ภาษาไทยกับลูก ลูกก็จะลืมภาษาไทยและไม่สามารถที่จะเข้าใจ และพูดภาษาไทยได้อีกเลย

 

เริ่มต้นให้ลูกพูดได้อย่างไร?

เมื่อครอบครัวต้องการให้เด็กพูดภาษาไทยได้ก็ควรที่จะเริ่มฝึกตั้งแต่เด็กยังเล็ก ควรเริ่มจากสิ่งง่ายไปหายาก หัดพูด หัดให้ฟัง เริ่มการสอนจากสิ่งใกล้ตัว แล้วจึงค่อยหัดให้อ่านและเขียน เริ่มจากฝึกอ่านคำเดียว สระเสียงยาว จนไปถึงการฝึกอ่านคำผสมสระที่ยากขึ้น

เรียน คู่กับ เล่น” เป็นหัวใจในการสอนอย่างหนึ่งเพราะเมื่อไหร่ที่เด็กเกิดความสนุกในการเรียน เด็กก็จะมีความสุข และมีความสนใจในการเรียนมาขึ้น เด็กควรที่จะได้เห็นสิ่งที่เป็นรูปธรรม สิ่งที่สามารถจับต้องได้ก่อน เพราะเป็นสิ่งที่ง่ายที่เด็กจะเข้าใจในสิ่งที่เรียนและจำได้เร็วขึ้น

การพูดย้ำคำ ให้เด็กได้ฟังและฝึกพูดบ่อยนั้น เป็นกิจกรรมที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งที่จะทำให้เด็กเกิดความจำการฝึกให้เด็กได้ฟัง และฝึกการออกเสียงอย่างถูกต้องนั้นจะเป็นแนวทางให้เด็กได้เรียนรู้การพูดโดยที่เด็กไม่รู้ตัวพ่อแม่ควรให้กำลังใจ เพิ่มความใส่ใจและหมั่นฝึกฝนให้เด็กได้เรียนรู้

 

การสอนเด็กที่ไม่สามารถพูดและเข้าใจภาษาไทย

ควรเริ่มสอนจากการพูดง่ายๆ จากวัฒนธรรมของไทย เช่น คำทักทาย คำขอบคุณ คำขอโทษ การแนะนำตัว พร้อมกับการไหว้ที่ถูกต้อง

จากนั้นเริ่มสอนจากสิ่งของหรือคำง่ายที่อยู่ใกล้ตัว เช่น ครอบครัว สี อุปกรณ์ในบ้าน การฝึกออกเสียงให้กับเด็กที่อาศัยอยู่ในประเทศเยอรมนีนั้น ควรออกเสียงให้เด็กได้ยินบ่อยๆ แล้วให้เด็กออกเสียงตามหลายครั้งจนกว่าเด็กจะออกเสียงได้อย่างถูกต้องและจำได้

เมื่อเด็กสามารถออกเสียงได้แล้วต่อมาอาจตั้งคำถามง่ายๆ เช่น ใคร ทำอะไร นี่คืออะไร นี่สีอะไร ชอบสีอะไร เป็นต้น

เมื่อเด็กเริ่มตอบคำถามสั้นได้แล้วผู้สอนสามารถตั้งคำถามเปิด เช่น อย่างไร เป็นต้น ควรเริ่มแทรกประโยคที่ยากขึ้นเข้ามาเพื่อให้เด็กได้ฝึกการตั้งประโยค ตอบคำถามเปิด ส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และฝึกการใช้คำที่แตกต่างหลากหลาย

การสอนเด็กที่มีประสิทธิภาพนั้นต้องพูดจากระชับ เสียงดัง ไม่เยิ่นเย้ออันเป็นอีกวิธีหนึ่งที่จะดึงความสนใจของเด็กไว้ได้เป็นอย่างดี ด้วยธรรมชาติของเด็กแล้วเด็กจะควบคุมสมาธิได้ไม่ยาวเหมือนผู้ใหญ่ ครูผู้สอนสามารถใช้สิ่งง่ายเพื่อดึงดูดความสนใจของเด็ก เช่น การอ่านควบคู่กับการละเล่น ทำให้เกิดเสียงดัง เป็นการกระตุ้นให้เด็กได้ตื่นตัวและจำได้ดีมากยิ่งขึ้น

การสอนหรือเล่นกับเด็กนั้นจะทำอย่างไรขึ้นอยู่กับสถานการณ์ และสถานที่ที่แตกต่างกันด้วยเช่น ถ้าสถานที่กว้างอาจจะให้เด็กได้ทำกิจกรรมที่เคลื่อนที่ได้ ในสถานที่แคบก็ให้เด็กอยู่กับที่ เป็นต้น

สื่อการสอนก็เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่จำเป็นที่ต้องเตรียมควบคู่ไปกับการสอน อาจจะใช้สื่อจริง สื่อจำอง หรือ สื่อรูปภาพ เราสามารถหาสื่อได้จากสิ่งที่อยู่ใกล้ตัว เช่น อุปกรณ์ในห้องเรียน กระดาษหนังสือพิมพ์ และสื่อการสอนที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเอง เป็นต้น

นอกจากนี้ สิ่งที่ควรคำนึงถึงคือหลักการเบื้องต้นในการสอนเด็กพูดภาษาไทย และเด็กควรมีความสุขกับการเรียน ไม่ใช่มาเรียนเพราะถูกบังคับ รวมถึงหลีกเลี่ยงการล้อเลียนเมื่อเด็กใช้คำผิด ซึ่งได้กล่าวไปแล้วข้างต้นมาปรับใช้

ปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นในแต่ละครอบครัว

1.ลูกสามารถพูดและฟังได้แล้ว แต่อ่านเขียนไม่ได้ควรจะทำอย่างไร

การเรียนที่ดีต้องเริ่มจากการฟังและพูด เมื่อลูกของท่านฟังและพูดได้ แสดงว่าลูกของท่านเดินมาถูกทางแล้ว เมื่อมีความเข้าใจในการฟังและพูด การอ่านการเขียน จะเป็นทักษะที่จะตามมาแต่ก็ต้องใช้เวลาในการฝึกฝนและขึ้นอยู่กับผู้ปกครองและลูกว่าจะมีความขยันหมั่นเพียรมากน้อยเพียงใด

2.เมื่อเด็กพูดภาษาอีสาน บางครั้งมีคนหัวเราะ แล้วลูกไม่เข้าใจและรู้สึกอาย แม่ควรจะมีวิธีแก้ไขอย่างไร

ภาษาอีสานเป็นภาษาไทยอีกภาษาหนึ่งจึงไม่ใช่เรื่องที่น่ากังวลเมื่อเด็กจะพูดภาษาอีสานแม่ควรชื่นชมให้ลูกภูมิใจที่สามารถพูดภาษาอีสานได้ และอธิบายให้ลูกเข้าใจว่า ภาษาอีสานก็เป็นภาษาไทยอีกภาษาหนึ่งเช่นกัน แม่คนอื่น ๆก็ควรปฏิบัติเช่นกัน

3.ผู้ปกครองบางคนเกิดความกังวล เมื่อเด็กไม่ตอบเป็นภาษาไทย

เรื่องนี้ต้องใช้ความอดทนที่จะพูดภาษาไทยกับลูกต่อไป และควรอธิบายให้ลูกฟังอย่างมีเหตุมีผล เด็กบางคนจะซึมซับภาษาเองโดยอัตโนมัติแต่สิ่งที่น่ากังวลก็คือ การที่แม่ไม่มีความอดทนพอที่จะใช้ภาษาไทยกับลูก

4.ลูกคนอื่นพูดได้ดี แต่ลูกของตนเองไม่เก่ง

การเปรียบเทียบลูกของตนกับเด็กคนอื่นไม่ใช่เรื่องที่ดี เพราะเด็กแต่ละคนมีความสามารถที่แตกต่างกัน ควรที่จะชื่นชมกับสิ่งที่ลูกของเราทำได้จะดีกว่า การที่เด็กจะใช้ภาษาไทยได้ดีหรือไม่ ก็ขึ้นอยู่กับว่าแม่ใช้ภาษาไทยกับลูกมากน้อยเพียงใด

5.การบอกลูกหรือดุลูกเมื่อลูกไม่พูดภาษาไทยต่อหน้าคนไทยคนอื่นดีหรือไม่

การที่พ่อและแม่ว่าลูกต่อหน้าคนอื่นก็เหมือนเป็นการประจาและทำให้ลูกอายอาจทำให้เด็กเกิดปมด้อย ต่อไปเด็กอาจจะไม่ใช่แค่ไม่พูด แต่ลูกอาจจะต่อต้านภาษาไทยเลยก็เป็นได้

6.การที่เด็กพูดไม่ชัดและสำเนียงผิดเพี้ยน

ไม่เป็นเรื่องที่น่ากังวลหากเด็กเลือกที่จะใช้คำได้อย่างถูกต้องถึงแม้จะออกเสียงผิดเพี้ยน ก็แสดงให้เห็นถึงความพยายามของเด็กที่จะพูดภาษาไทย การฝึกฝนและการเอาใจใส่ของผู้ปกครองมีความสำคัญและมีผลต่อเด็กมาก

7.ลูกเกิดความไม่เข้าใจว่าทำไมต้องใช้ภาษาไทยกับแม่ ในขณะที่พ่อและแม่ สื่อสารเป็นภาษาอังกฤษหรือภาษาเยอรมัน ทำไมเขาจะเลือกใช้ภาษาด้วยตัวเองไม่ได้

ทางออกที่ดีที่สุด คือการอธิบายให้ลูกเข้าใจถึงเหตุ และประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับตัวเขาเอง

8.ลูกต่อต้านที่จะไม่รับรู้ภาษาไทยเลย

เป็นเรื่องปกติที่เด็กจะต่อต้าน เพราะด้วยวัยของเด็กอาจไม่สามารถเข้าใจได้ว่า เพราะอะไรถึงต้องเรียนหรือใช้ภาษาไทย บางครอบครัวอาจจะไม่ได้ใช้ภาษาไทยกับลูกตั้งแต่ต้น และไม่มีวิธีการสอนลูกอย่างถูกต้อง แม่ควรจะอธิบายให้ลูกได้รู้ว่าเพราะอะไรถึงต้องใช้ภาษาไทย เช่น ลูกสามารถสื่อสารภาษาไทยกับคนไทยได้เวลาที่ลูกไปเมืองไทย เป็นต้แม่จึงเป็นส่วนสำคัญที่จะปลูกฝังความเข้าใจแก่เด็กตั้งแต่ยังเล็ก

9.จะสร้างแรงผลักดันให้เด็กพูดภาษาไทยต่อไปอย่างไร

การให้รางวัลด้วยการชมหรือแสดงความยินดีที่ลูกทำได้เป็นสิ่งที่ดีสำหรับเด็ก พ่อแม่ส่วนใหญ่มักจะให้รางวัลเป็นสิ่งของแก่เด็กการทำแบบนี้จะเป็นการสร้างเงื่อนไขให้แก่เด็ก หากไม่มีของรางวัลเด็กอาจจะไม่ยอมพูดภาษาไทยก็เป็นได้

ผู้ปกครองมีหน้าที่จะต้องอธิบายให้เด็กเข้าใจว่าทำไมต้องใช้ภาษาไทยการสร้างแรงบันดาลใจในการพูดภาษาไทยก็เป็นปัจจัยหนึ่งที่อาจโน้มน้าวให้เด็กอยากเรียนภาษาไทยมากขึ้น เช่น บอกว่า หากเด็กพูดไทยได้เขาจะสามารถพูดคุยและทักทายกับ กระแต อาร์สยาม ดาราในฝันของเขาได้

 

 

 

 

 

 

 

คนไทยโชคดีที่มีภาษาของตนเองเป็นภาษาประจำชาติเคยคิดหรือไม่ว่าการที่เด็กสามารถพูดภาษาเยอรมันได้แสดงว่าเด็กสามารถสื่อสารกับคนเยอรมันได้84 ล้านคนแต่ถ้าเด็กสามารถพูดภาษาไทยได้เด็กจะสามารถสื่อสารกับคนไทยอีกกว่า69 ล้านคนเพิ่มจำนวนคนที่เด็กสามารถสื่อสารได้อีกเกือบเท่าตัวยังไม่สายเกินไป ที่จะพูดภาษาไทยกับลูก ตั้งแต่วันนี้

 

แหล่งข้อมูล:โรงเรียนกอไก่เพื่อเด็กไทยในเยอรมนี

รูปภาพ: Facebook Kokai Thaischule

 

 

 

 

 

 

 

 

กลับ

Add a comment