จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

(comments: 0)

จะชอบผิดในมนุษย์เพราะพูดจา

อาจารย์สุรีรัตน์ ณิชาพัฒน์

คณะศิลปศาสตร์ มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์

 

โลกออนไลน์ช่วยให้คนที่แม้จะอยู่ต่างสถานที่และต่างเวลาได้รับรู้ข่าวสารซึ่งกันและกันเสมือนว่าเราได้มานั่งพูดคุยอยู่ตรงหน้า ปัจจุบันมีโปรแกรมส่งข้อความที่ได้รับความนิยมอย่างมากในโลกออนไลน์ไม่ว่าจะเป็นไลน์ แมสเซนเจอร์ วีแชท หรือวอตส์แอป โปรแกรมเหล่านี้ใช้งานง่ายและสามารถติดต่อถึงคนที่เราต้องการได้ในเสี้ยววินาทีเพียงแค่พิมพ์หรือพูดลงในไปในนั้น คนจำนวนมากจึงนิยมที่จะส่งข้อความถึงกันทางช่องทางออนไลน์ต่าง ๆ ทั้งส่งข่าวสาร สอบถามสารทุกข์สุกดิบ และสอบถามข้อมูลที่ต้องการ แต่บางครั้งการส่งข้อความโดยที่ผู้ส่งไม่ได้กลั่นกรองหรือไม่ได้คิดอย่างถ้วนถี่ว่า ภาษาในข้อความที่ส่งนั้นจะเหมาะสมหรือไม่ เช่น การใช้ภาษาไม่ถูกต้องตามระดับภาษา อาจสร้างความรู้สึกหงุดหงิดใจแก่ผู้รับสารได้

การแบ่งระดับภาษานั้นมีหลายวิธีโดยอาจแบ่งได้เป็น 1) ระดับที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ 2) ระดับพิธีการ กึ่งพิธีการ และไม่เป็นพิธีการ และ 3) ระดับพิธีการ ทางการ กึ่งทางการ ไม่เป็นทางการ และกันเอง ปัจจัยที่กำหนดระดับของภาษานั้น ได้แก่ กาลเทศะ ความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ลักษณะของเนื้อหา และสื่อที่ใช้ในการส่งสาร การส่งข้อความทางออนไลน์ บางคนอาจคิดว่า เป็นสื่อที่ไม่เป็นทางการนักเพราะไม่ใช่จดหมายหรือบันทึกแบบทางการ แต่ผู้ส่งก็ไม่ควรลืมว่า ปัจจัยที่กำหนดระดับของภาษานั้น มีข้ออื่นรวมอยู่ด้วย

ปัจจุบันช่องทางการสื่อสารทางออนไลน์ระหว่างอาจารย์กับนักศึกษามีหลากหลายช่องทาง อาจารย์บางท่านก็ให้ไลน์หรือเฟซบุ๊กส่วนตัว เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ติดต่ออาจารย์ได้ง่ายและรวดเร็วขึ้นกว่าการมาพบที่คณะหรือภาควิชา บางท่านก็เปิดกลุ่มสนทนาของรายวิชา หรือของนักศึกษาในที่ปรึกษาทางไลน์หรือทางเฟซบุ๊ก เพื่อแจ้งข่าวสารหรือตอบคำถามที่ผู้เรียนต้องการ ด้วยความที่อาจารย์เปิดโอกาสให้ผู้เรียนสามารถติดต่อได้อย่างสะดวกและง่ายขึ้นกว่าแต่ก่อนมาก สื่อที่ใช้ก็ดูไม่เป็นทางการเท่าไรนัก จึงทำให้ผู้เรียนไม่ระมัดระวังเรื่องการใช้ภาษาในการสนทนา

เรื่องการใช้ภาษาที่ไม่เหมาะสมในการสนทนากับอาจารย์ทางข้อความออนไลน์เป็นเรื่องที่เกิดขึ้นในสถาบันหลายแห่ง ผู้เขียนคิดว่า ข้อความเดียวกันนี้หากอาจารย์กับนักศึกษาได้คุยกันแบบซึ่งหน้า ได้ยินน้ำเสียง และได้เห็นท่าทางแล้ว ความหมายและความรู้สึกในข้อความนั้นอาจจะเป็นบวกมากกว่าข้อความที่ส่งมาเป็นตัวหนังสือก็ได้

เมื่อประมาณเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมานี้มีเพจเฟซบุ๊กชื่อ SURANAREE CONNEXT สื่อสร้างสรรค์โดยนักศึกษาเพื่อประชาคม มทส. ซึ่งเป็นเพจของชมรมสื่อสร้างสรรค์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารีได้แนะนำแนวทางในการส่งข้อความพูดคุยกับอาจารย์ทางออนไลน์โดยใช้ชื่อเรื่องว่า “ 7 แนวทางจำไว้ใช้แชทกับอาจารย์” เพื่อให้นักศึกษาได้ใช้ภาษาและปฏิบัติตัวได้อย่างเหมาะสมเมื่อคุยกับอาจารย์ ดังนี้

1. ควรแนะนำตัวเองก่อนในครั้งแรกที่กดส่งข้อความไปหาอาจารย์ว่า ชื่อ-สกุล รหัสนักศึกษา ชั้นปี สาขาวิชา และต้องการจะติดต่อเรื่องอะไร นักศึกษาหลายคนมักจะแจ้งสิ่งที่ตัวเองต้องการทราบก่อนโดยไม่คำนึงว่า อาจารย์จะรู้จักเราหรือไม่ เรื่องนี้ผู้เขียนคิดว่า อาจารย์ส่วนใหญ่คงจะมีประสบการณ์ทำนองนี้แน่นอน เช่น “อาจารย์หนูอยากรู้ว่าพรุ่งนี้มีเรียนไหมคะ คะแนนเก็บหนูได้เท่าไรคะ ข้อสอบออกอะไรคะ”

2. อย่าทักแล้วเงียบ ไม่ควรส่งข้อความในทำนองว่า “สวัสดีครับ” “อาจารย์ครับ” “ผมมีเรื่องปรึกษาครับ” แล้วไม่ตอบกลับเมื่ออาจารย์ทักทายกลับไป ข้อความลักษณะนี้ผู้เขียนคิดว่า น่าจะเกิดขึ้นในกล่องข้อความของในไลน์กลุ่มอื่น ๆ หรือร้านค้าออนไลน์ด้วย ดังนั้นเมื่อตั้งใจจะส่งข้อความหาใครควรจะคิดให้ดีก่อนว่า ตั้งใจที่จะพูดคุยกับเขาต่อหรือไม่ ถ้าไม่หรือส่งผิดก็ควรกดยกเลิกข้อความ

3. ทักแล้วรอหน่อย (อยู่ในข้อ 6 ของเพจ) ส่งข้อความถึงอาจารย์แล้วควรจะรอคำตอบมากกว่าการกดส่งข้อความเพื่อย้ำหรือเร่งเร้าคำตอบ เพราะการส่งข้อความไม่ใช่การต้องการคำตอบโดยทันที หากต้องการคำตอบอย่างเร่งด่วนควรโทรศัพท์ถึงหรือติดต่อในช่องทางอื่นจะดีกว่า

4. เรื่องสำคัญนัดพบดีกว่า (อยู่ในข้อที่ 5 ของเพจ) ควรนัดพบอาจารย์เพื่อพูดคุยเรื่องสำคัญจะดีกว่า ข้อนี้สัมพันธ์กับข้อ 3 เพราะหากต้องการคำปรึกษาที่เป็นเรื่องสำคัญและมีรายละเอียด การคุยกันทางข้อความบางครั้งก็อาจจะไม่ละเอียดหรือได้ข้อมูลไม่ครบตรงกับความต้องการ หากได้พูดคุยกันแบบต่อหน้าจะทำให้ทั้งอาจารย์และนักศึกษาสามารถซักถามหรือให้คำปรึกษาได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น

5. บอกสาระในคราวเดียว (อยู่ในข้อ 3 ของเพจ) ควรส่งข้อความที่มีหัวข้อหรือสาระสำคัญในคราวเดียว ไม่ควรกดเป็นข้อความสั้น ๆ หลาย ๆ ข้อความต่อกัน ผู้เขียนคิดว่า บางคนมักจะชอบพิมพ์ข้อความตามจังหวะการพูด พูดทีละคำ ทีละวรรค ก็กดส่งทีละครั้ง แบบนี้นอกจากจะรบกวนอาจารย์เพราะอาจารย์อาจเปิดเสียงโทรศัพท์ไว้ แล้วยังทำให้อาจารย์จับสาระสำคัญของเรื่องได้ยากอีกด้วย ดังนั้นควรเรียบเรียงความต้องการของตนแล้วกดส่งในครั้งเดียวจะดีกว่า อย่างไรก็ดีถ้าข้อความยาวเกินไปอาจแบ่งเรื่องเป็นหัวข้อสำคัญ ๆ แล้วกดส่งทีละเรื่องหรือทีละย่อหน้าก็ได้

6. ใช้ภาษาสุภาพในการสนทนากับอาจารย์ (อยู่ในข้อที่ 4 ของเพจ) ตัวอย่างในเพจคือ “อาจารย์ ทำไมหนูไม่มีคะแนนในงานชั้นที่ 1 เลย ก็ส่งในเมลไปแล้วอะ แต่ไม่มีใครตอบเลย”

7. “พิมพ์ให้ถูกต้อง ภาษาวัยรุ่นไว้ใช้กับเพื่อนตัวอย่างในเพจคือ อาจารย์ค่ะ นู๋ยากปรึกษาเรื่องลงทะเบียนคะว่าควรเลือกลงวิชาอะรัยดีค่ะ นู๋ตัดสินใจมั่ยดั้ย อาจารช่วยแนะนำหน่อยดั้ยมั้ยค่ะ อิอิ

ข้อ 6 กับ 7 ผู้เขียนคิดว่ามีลักษณะที่ไปในทำนองเดียวกันจึงขอกล่าวถึงต่อเนื่องกันไป ข้อ 6 นอกจากผู้ถามจะไม่มีคำลงท้ายประโยคคือ คะ ค่ะ เมื่อพูดกับผู้ใหญ่แล้ว ยังทำให้อาจารย์รู้สึกเหมือนกำลังถูกตำหนิด้วย ข้อความในทำนองเดียวกันนี้ เช่น “ผมมาหาอาจารย์ที่ออฟฟิศแต่ไม่เจออาจารย์ /อาจารย์ไม่อยู่ ” “ผมส่งการบ้านแล้วทำไมไม่มีคะแนน” “ส่งเมลไปแล้วอาจารย์ไม่อ่าน” “ ทำไมได้คะแนนน้อยจังทั้ง ๆ ที่ก็เขียนเยอะ หากเกิดข้อสงสัยหรือต้องการให้อาจารย์ชี้แจงรายละเอียดควรจะใช้ภาษาที่เหมาะสมและสุภาพ โดยเริ่มจากการแนะนำตัวเองก่อนหากเป็นการคุยผ่านออนไลน์ในครั้งแรก จากนั้นก็เริ่มบทสนทนา

ผมมีเรื่องจะขอรบกวนเวลาอาจารย์หน่อยครับ วันนี้ผมไปที่ออฟฟิศของอาจารย์โดยที่ไม่ได้นัดล่วงหน้าจึงไม่พบอาจารย์ ไม่ทราบว่าอาจารย์สะดวกให้พบในวันและเวลาไหนบ้างครับ

ผมส่งการบ้าน/อีเมล เรื่อง/หัวข้อ...ไปเมื่อวันที่...ทาง/ที่...แล้วครับ ไม่ทราบว่าอาจารย์ได้รับการบ้าน/อีเมลของผมแล้วหรือยังครับ

ไม่ทราบว่าการเขียนตอบข้อสอบของผมเป็นอย่างไรบ้างครับ อาจารย์พอจะแนะนำแนวทางการเขียนตอบข้อสอบให้ผมได้นำไปปรับปรุงการเขียนตอบในการสอบครั้งต่อไปบ้างไหมครับ

ส่วนข้อ 7 นั้นนอกจากจะต้องระมัดระวังเรื่องการเขียนสะกดคำให้ถูกต้องแล้ว ผู้เขียนคิดว่า ถึงแม้อาจารย์และนักศึกษาจะพูดคุยกันได้อย่างสนิทสนมก็จริงแต่เวลาที่เขียนถึงอาจารย์ก็ควรจะระมัดระวังเรื่องการใช้ภาษาของวัยรุ่นซึ่งไม่เหมาะที่จะเขียนถึงผู้ใหญ่โดยเฉพาะเนื้อหาที่สอบถามอาจารย์นั้นเป็นเรื่องที่สำคัญมากกว่าที่จะพูดแบบทีเล่นทีจริง

มีคำกล่าวว่า “สิ่งที่ไม่ดีให้ทิ้งไว้ในปีเก่า เรามาเริ่มรับสิ่งดี ๆ ในปีใหม่กัน” ข้อความนี้เป็นข้อความที่คนส่วนใหญ่มักจะตั้งปณิธานไว้เพื่อเปลี่ยนแปลงตัวเองในวันที่กำหนดว่า เป็นโอกาสพิเศษอย่างเช่นวันปีใหม่ ผู้เขียนหวังว่า นับตั้งแต่ปีใหม่พ.. 2563 นี้ ไม่ว่าเราจะอยู่ในสถานภาพนักศึกษา อาจารย์หรือว่าอาชีพใด ๆ ก็ตาม จะส่งข้อความพูดคุยกันทางออนไลน์โดยคำนึงถึงปัจจัยต่าง ๆ ทั้งความสัมพันธ์ระหว่างบุคคล ลักษณะของเนื้อหา และสื่อที่ใช้ในการส่งสารเพื่อให้การเริ่มต้นปีมีแต่ข้อความที่สร้างความรู้สึกที่ดีให้แก่กัน

เครดิตภาพ : https://pixabay.com/de/illustrations/frau-gesicht-kopf-fragezeichen-882568/

กลับ

Add a comment