(comments: 0)

คนไทยทำงานในเยอรมนีได้ไหม ทำงานอะไรถูกใจที่สุด?

เพื่อน ๆ ที่ย้ายมาอยู่ในประเทศเยอรมนี ทั้งที่ติดตามครอบครัวมาอยู่ หรือมาเรียนต่อ ก็คงมีความคิดที่จะหางานทำในเยอรมนี หรืออยากมีกิจการของตนเอง แต่ไม่รู้ว่า เราสามารถทำงานได้หรือไม่ ข้อดีข้อเสียของการทำงานแต่ละแบบมีอะไรบ้าง จะหางานอย่างไร ติดต่อหน่วยงานไหน MAUSMOIN จึงขอให้ข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการทำงานในประเทศเยอรมนีสำหรับคนไทยดังนี้

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

อุบัติเหตุเกิดขึ้นได้ แม้ไม่ประมาท

เมื่อพูดถึง เรื่องการทำงาน การทำหน้าที่ ไม่ว่าจะเล็กหรือใหญ่ เหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เราเรียกกันว่า อุบัติเหตุ อาจเกิดขึ้นได้เสมอ ซึ่งก็เป็นความเสี่ยงอย่างหนึ่งในชีวิต เพราะชีวิตเรามักมีอะไรให้ต้องทำอยู่เสมอ แม้บางครั้งไม่ได้ทำอะไรความเสี่ยงก็ยังรออยู่ตรงหน้าได้ทุกนาทีเช่นกัน เราควรจะทำอย่างไรกับชีวิตที่เต็มไปด้วยความเสี่ยงนี้ดี ที่จะเล่าให้ฟังนี้เป็นอุบัติเหตุ หรือความเสี่ยงที่เกิดจากการทำงาน เพราะฉันเพิ่งประสบอุบัติเหตุจากการทำงานมาสด ๆ ร้อน ๆ ค่ะ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

D - work … เวิร์ค ดี ดี ในเยอรมนี

ดี² ได้มีโอกาสพูดคุยกับคนไทยหลายคนที่เรียนจบสายอาชีพในเยอรมนี แม้ว่าภาษาเยอรมันจะเป็นอุปสรรคหลักในการเรียน การปรับตัวในสังคมเยอรมัน ฯลฯ แต่ทุกคนก็ได้ผ่านอุปสรรคนั้นมาได้ และเรียนจบ มีงานทำในสายอาชีพที่ตนเองเลือก และ”อยู่เยอรมนี” เช่นคนทำงานในเยอรมนี ... เชิญอ่านเรื่องเล่าของพวกเขากันนะคะ

 

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

วัฒนธรรมความปลอดภัย คำไม่คุ้นหู ที่ต้องทำให้คุ้นชิน

วัฒนธรรม” เป็นแบบแผนการประพฤติ ที่คนในสังคมเดียวกันสามารถเข้าใจ ยอมรับและใช้ปฏิบัติร่วมกัน

 

ถ้าเราเอา “ความปลอดภัย” มาสร้างเป็นแบบแผนปฏิบัติ จนเกิดเป็น “วัฒนธรรมความปลอดภัย” ก็คงจะทำให้ สังคมไทยลดภัยอันตรายต่างๆ ลงได้ไม่น้อย

 

สังคมไทยในที่นี้ เราอาจหมายรวมถึงบ้าน วัด โรงเรียน โรงแรม สถานีตำรวจ หรือแม้กระทั่ง “โรงพยาบาล”

 

การสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยใน “โรงพยาบาล” จะช่วยแสดงให้เห็นถึงการพัฒนาคุณภาพของการบริการอย่างต่อเนื่อง และถือเป็นความรับผิดชอบของผู้บริหารระดับสูงที่จะต้องกำหนดนโยบายอย่างชัดเจน มีการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ จัดฝึกอบรมเพื่อสร้างการเรียนรู้และกระตุ้นให้บุคลากรสาธารณสุขแสดงพฤติกรรมความปลอดภัยจนเป็นอุปนิสัย

 

ความสำเร็จของการสร้างวัฒนธรรมความปลอดภัยส่วนหนึ่งขึ้นอยู่กับการสนับสนุนของผู้บริหารระดับสูง เพราะต้องอาศัยความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น หากผู้บริหารไม่ให้ความสนใจแล้ว วัฒนธรรมความปลอดภัยจะไม่มีวันเกิดขึ้น

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

https://pixabay.com/de/familie-paragraf-gesetz-recht-960455/

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัว ตอนที่ 6 “มีลูกมากจะยุ่งยากจริงหรือ”

ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับกฎหมายครอบครัวในนิตยสารดีฉบับนี้ ผมจะกล่าวถึงสิทธิและหน้าที่หลักของบิดามารดาและบุตร เพื่อเป็นข้อมูลสำหรับคุณแม่คุณพ่อ ที่อาจนำไปปรับใช้ประโยชน์ในการอบรมเลี้ยงดูบุตรของตนในต่างแดนนี้ พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ. 25541 ให้ความหมายของ "ครอบครัว" ไว้ว่า คือ สถาบันพื้นฐานของสังคมที่ประกอบด้วยสามีภรรยาและหมายความรวมถึงลูกด้วย ด้วยเหตุนี้ หากครอบครัวใดมีลูกก็จะมีบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบระหว่างกันเพิ่มขึ้นนอกเหนือจากการเป็นคู่สามีภรรยาหรือคู่ชีวิตแล้ว คือเป็นพ่อและแม่ของบุตรโดยชอบด้วยกฏหมาย ซึ่งเช่นเดียวกันกับผู้ใหญ่ เด็กก็มีสิทธิและหน้าที่อันพึงมี สิทธิดังกล่าวคือ สิทธิที่จะได้รับความรัก ความดูแลเอาใจใส่ อบรบสั่งสอนจริยธรรมจากพ่อแม่ เพื่อจะได้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่ดีในอนาคตต่อไป และเนื่องจากเด็กก็เป็นส่วนหนึ่งของสังคม ในแต่ละประเทศจึงมีกฎหมายบัญญัติกำหนดหน้าที่ของผู้ปกครองและบุคคลผู้เกี่ยวข้องให้ปฏิบัติต่อเด็กตามความหมาะสมและเพื่อคุ้มครองสิทธิต่าง ๆ ของเด็ก

1 พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พศ. 2554 http://www.royin.go.th/dictionary/ (ข้อมูล 01.12.2018)

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

“ให้มรดก & รับมรดก” ภาค 2 Erben & Vererben กฎหมายมรดกของเยอรมัน

การจัดการและครอบครองทรัพย์สินของคู่สมรสในเยอรมนี มีอยู่ 3 ลักษณะ 1) Zugewinngemeinschaft หรือ อาจแปลได้ว่า ดอกผลที่เกิดจากทรัพย์สินส่วนตัวร่วมกัน 2) Gütertrennung หรือ การแยกกันจัดการและครอบครองทรัพย์สิน และ 3) Gütergemeinschaft การจัดการและครอบครองทรัพย์สินร่วมกัน การจัดการและครอบครองทรัพย์สินแบบที่ 1) ป็นรูปแบบที่เรียกอย่างหนึ่งว่า gesetzlicher Güterstand คือการจัดการครอบครองทรัพย์สินตามกฎหมายที่ใช้กันทั่วไปหากไม่มีการทำสัญญาคู่สมรส (Ehevertrag) ที่คู่สมรสตกลงยกเลิกรูปแบบนี้เพื่อไปเลือกใช้รูปแบบอื่นแทน สำหรับรูปแบบที่ 2) และ 3) เป็นรูปแบบที่คู่สมรสสามารถตกลงเลือกใช้ได้ แต่ต้องทำเป็นสัญญาคู่สมรส และสิ่งหนึ่งที่ควรรู้เกี่ยวกับเรื่องนี้ก็คือ การใช้รูปแบบการจัดการและครอบครองทรัพย์สินไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด จะมีผลต่อสัดส่วนในมรดกที่จะได้รับ

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

“AHA – AHA - AHA”

AHA” ออกเสียง “อะฮ่า” พี่ต้อมคิดว่า หลายคนเคยเปล่งคำนี้ออกมาอย่างแน่นอน และมักจะเปล่ง “AHA” ในขณะที่เรามีความคิดแบบ “ปิ๊งแว้ป” อาการนี้เกิดขึ้นเมื่อเรากดสลับสวิทซ์จากการใช้วงจรสมองส่วนคิดเอาเรื่อง (สาระ) ไปสู่วงจรสมองส่วนคิดเอาเล่น (ไร้สาระ) และการคิดเอาเล่นนี้เอง ทำให้เกิดการคิดอย่างสร้างสรรค์ขึ้นมาอย่าง ปิ๊งแว้ป” เลยค่ะ

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

มาตั้งชื่องานให้ตรงกับกิจกรรมกันเถอะ

ช่วงเดือนสองเดือนมานี้ผู้เขียนเห็นข่าวประชาสัมพันธ์ให้คนไทยที่อาศัยอยู่ในประเทศสวิตเซอร์แลนด์และเยอรมนีเข้าร่วมงานต่าง ๆ อยู่เสมอ มีทั้งเชิญชวนให้ไปเข้าร่วม “อบรม” “สัมมนา” “ฟังบรรยาย” จนไปถึง “สัมมนาเชิงปฏิบัติฝึกอบรม” (งานสุดท้ายนี้เพิ่งเคยได้ยินเป็นครั้งแรก) ผู้เขียนคิดว่าช่วงเวลานี้หลายคนคงไม่มีเวลาว่างเป็นแน่เพราะบางคนต้องเข้าร่วมงานโดยเป็นทั้งผู้จัดและผู้เข้าร่วมกิจกรรมด้วย ในขณะเดียวกันก็ทำให้ผู้เขียนเห็นว่าปัจจุบันนี้เราจัดงานโดยตั้งชื่อกิจกรรมที่ค่อนข้างหลากหลายมากกว่าสมัยก่อนมากจนบางครั้งก็นึกสงสัยว่าผู้จัดตั้งชื่องานตามลักษณะกิจกรรมหรือตั้งชื่อ “ตาม ๆ กันไป” เนื่องจากผู้เขียนเคยสมัครเข้าร่วม “การอบรมเชิงปฏิบัติการ” แต่กลับพบว่าต้องไปนั่งฟังสัมมนาเท่านั้นไม่ได้มีกิจกรรมให้ผู้เข้าร่วมงานได้ “ปฏิบัติ” เลย แล้วจะทราบได้อย่างไรว่าชื่องานที่จะจัดหรืองานที่เราสนใจสมัครเข้าร่วมนั้นมีลักษณะกิจกรรมเป็นอย่างไรกันแน่

 

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

ชีวิต กับการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ ๆ

โอย...พอทีมงานดีมาก ให้ตีมของฉบับธันวาคมนี้ ว่า D-Kreativ ฉันละค่อนข้างจะมึน เพราะคิดเสมอว่า เราเป็นคนไม่มีความคิดสร้างสรรค์ คิดยังไงให้สร้างสรรค์ มันยากจริง ยากจัง คิดแล้ว คิดอีก หาอ่านจากหลายสำนักว่า อย่างเรา จะเขียนเรื่องอะไรดีให้สร้างสรรค์ ลงทุนไปยืมหนังสือจากห้องสมุดมาอ่าน ตั้งหลายเล่ม หาไปหามา อ่านไปอ่านมา ก็พอจะคิดได้ว่า จริง ๆ แล้ว ที่ผ่านมาเราก็ทำอะไรหลาย ๆ อย่าง ที่สร้างสรรค์อยู่นะ คือ จากที่ไม่เคยมี ก็สร้างให้มี ให้เป็นขึ้นมา ตั้งหลายสิ่ง หลายอย่างในชีวิต และชีวิตแต่ก่อนนี้เป็นอย่างไร เราถึงต้องการสร้างสิ่งใหม่ ๆ ให้ชีวิตนี้ นั่นสิ

ดูเพิ่มเติม

(comments: 0)

เลี้ยงลูกให้มีความคิดสร้างสรรค์ในแบบฉบับของตนเอง

ฉบับนี้นิตยสารดีตั้งชื่อว่า Creative โยทะกาก็เลยต้องคิดหาเรื่องที่ (คิดว่า) มันสร้างสรรค์มาเขียน ที่นึกได้คือ เลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์ แต่ควรเลี้ยงอย่างไรล่ะจึงจะเรียกว่าสร้างสรรค์ ลองไปถามความคิดเห็นของพ่อ-ลูกว่า คำว่า เลี้ยงลูกอย่างสร้างสรรค์คือเลี้ยงอย่างไร? คนพ่อเขาว่า “ง่ายมาก..สอนลูกให้ดื่มเบียร์ไง ลูกจะได้ดื่มเป็น ไม่โดนเพื่อนมอมเบียร์” ส่วนคนลูกบอกว่า “ให้ลูกใช้ไอแพดแบบ non-stopไงแม่..ลูกชอบแน่นอน” สรุปว่าไม่ควรไปถามทั้งพ่อและลูก เพราะมีความคิดสร้างสรรค์มากเกินพอด้วยกันทั้งคู่

 

ดูเพิ่มเติม