ประสบการณ์สาวไทยในถิ่นแซมบ้า (บราซิล)

(comments: 0)

แฟนพันธุ์แท้กีฬาดังเช่นฟุตบอล ไม่มีใครไม่รู้จักลีลาพริ้วไหวสไตล์ลาตินของนักค้าแข้งเด่นดังจากบราซิลและสำหรับผู้ที่ชื่นชอบการท่องเที่ยวและความสนุกสนานก็จะรู้จักบราซิลซึ่งโด่งดังและมีชื่อเสียงขจรไกลไปทั่วโลก คือ งานคาร์นิวาลและการเต้นแซมบ้า ซึ่งจัดขึ้นตามเมืองใหญ่ ๆ ราวเดือนกุมภาพันธ์ของทุกปี เมืองที่มีนักท่องเที่ยวจากทุกมุมโลกไปชมขบวนแห่อันมโหฬารสวยงามตระการตา ได้แก่ (1) นครริโอ เด จาเนโร (Rio de Janieiro) รัฐริโอ เด จาเนโร (2) เมืองซัลวาดอร์ (Salvador) รัฐบาเยีย ซึ่งทั้งสองแห่งนี้เคยเป็นเมืองหลวงเดิมของประเทศบราซิล ปัจจุบันเมืองหลวงใหม่ล่าสุดของบราซิล คือ กรุงบราซิเลีย (Brasilia) อายุพอเทียบได้กับสาวใหญ่วัย 50 ปีต้น ๆ นอกจากนี้ ผู้ที่รักธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมก็จะรู้จักลุ่มน้ำอเมซอน (Amazon) ซึ่งอยู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของบราซิลที่มีอาณาเขตกว้างใหญ่ไพศาลมาก มีสัตว์ป่าและปลาหลากหลายพันธุ์
บราซิลเป็นประเทศที่มีพื้นที่กว้างใหญ่ที่สุดในทวีปอเมริกาใต้ (ลาตินอเมริกา) มีประชากรประมาณ 190 ล้านคน มีภาษาโปรตุเกสเป็นภาษาราชการเนื่องจากบราซิลเคยเป็นอาณานิคมของประเทศโปรตุเกส  และปัจจุบันภาษาโปรตุเกสของบราซิลและโปรตุเกสมีพัฒนาการจนทำให้มีความแตกต่างกันมากขึ้น มีผู้เล่าว่า ประชาชนของทั้งสองประเทศแม้จะสื่อสารกันด้วยภาษาโปรตุเกส แต่บ่อยครั้งที่ไม่เข้าใจความหมายของคำที่แต่ละฝ่ายเลือกใช้ ซึ่งก็คงเป็นกรณีที่คล้ายคลึงกันกับภาษาเยอรมันที่ใช้สื่อสารในเยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ และออสเตรีย ที่มีพัฒนาการที่แตกต่างกันไปเช่นกัน และบราซิลเป็นประเทศเดียวในภูมิภาคลาตินอเมริกาที่ใช้ภาษาโปรตุเกส เป็นภาษาราชการ ขณะที่ประเทศเพื่อนบ้านประมาณ 10 ประเทศ ใช้ภาษาสเปนเป็นภาษาราชการ

บราซิลภาคภูมิใจมากที่สามารถอยู่ร่วมกับประเทศเพื่อนบ้านได้อย่างสันติไม่มีความขัดแย้งเรื่องการแบ่งเขตแดนระหว่างกัน เนื่องจากในอดีตมีชาวบราซิลผู้มีความสามารถและมองการณ์ไกลได้รีบหารือและทำความตกลงกับเพื่อนบ้านปักปันเขตแดนระหว่างกันจนสำเร็จเรียบร้อยด้วยดี ภายหลังที่แต่ละประเทศในภูมิภาคลาตินอเมริกาได้รับเอกราชจากประเทศเจ้าอาณานิคมคือ โปรตุเกสและสเปน
เมื่อบราซิลสำรวจพบแหล่งพลังงานธรรมชาติ (น้ำมันและก๊าซ) ปริมาณมากมหาศาล โดยเฉพาะในทะเลซึ่งบราซิลมีชายฝั่งทะเลยาวมากกว่าพันกิโลเมตร และไม่มีเพื่อนบ้านที่มีอาณาเขตทางทะเลมาแก่งแย่งให้วุ่นวาย ทำให้บราซิลสามารถสำรวจ ขุดเจาะและนำพลังงานจากทรัพยากรธรรมชาตินั้นมาใช้ประโยชน์ในการพัฒนาประเทศอย่างมีประสิทธิภาพ มีการวางแผนที่ดี ด้วยนโยบายที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม  ผู้นำรัฐบาลบราซิลมีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกล มีนโยบายในการบริหารประเทศที่ดีเพื่อประโยชน์สูงสุดของบราซิล ทำให้บราซิลมีเศรษฐกิจที่ดีและเข้มแข็ง จนสามารถยืนหยัดได้อย่างสง่าผ่าเผยและภูมิใจที่สามารถป้องกันและรักษาไม่ให้บราซิลได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจทั่วโลกตกต่ำและมีผลกระทบต่อประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก บราซิลสามารถพัฒนาประเทศให้เจริญรุ่งเรืองและมีความมั่นคงทั้งด้านเศรษฐกิจและการเมือง มีประชาธิปไตยที่มั่นคง เพราะมีการบริหารจัดการที่ดี ทำให้สามารถยกฐานะของบราซิลจากประเทศที่เป็นลูกหนี้ของธนาคารโลก กลายมาเป็นประเทศเจ้าหนี้ ได้  ขณะนี้ บราซิลให้ความช่วยเหลือแก่ประเทศกำลังพัฒนาและยากจนในหลายภูมิภาคในด้านต่าง ๆ เช่น การศึกษา การกีฬา วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ฯลฯ
 ไทยและบราซิลมีความสัมพันธ์ที่ดีเป็นเวลายาวนานกว่า 50 ปีแล้ว และมีความตกลงว่าด้วยการยกเว้นการตรวจลงตราระหว่างไทยและบราซิล ทำให้ประชาชนของทั้งสองประเทศสามารถเดินทางไปมาหาสู่กันได้ โดยไม่ต้องขอรับการตรวจลงตรา (วีซ่า) และสามารถเดินทางเข้าและพำนักในประเทศนั้นได้นานถึง 90 วัน แม้นว่าระยะทางจะไกลกันระหว่างไทยกับบราซิล ก็ไม่ได้ทำให้ประชาชนของประเทศทั้งสองย่อท้อ ในยุคโลกไร้พรมแดน จึงมีการเดินทางไปมาหาสู่กันของประชาชนจากทั้งสองประเทศ โดยภาคเอกชนเพื่อไปทำธุรกิจ  การค้า และการลงทุน และประชาชนก็เดินทางไปท่องเที่ยวชมโลกกว้างและสวยงาม แปลกตา ทำให้มีนักท่องเที่ยวที่แอบแฝงใช้ประโยชน์จากการที่ไม่ต้องขอวีซ่าเข้าประเทศบราซิลดังกล่าว รับจ้างลักลอบเข้าไปขนยาเสพติด (โคเคน) ออกไปประเทศต่าง ๆ รวมทั้งไทย  
ขบวนการลักลอบค้าและขนยาเสพติดข้ามชาติเป็นกลุ่มอาชญากรรมข้ามชาติที่ใหญ่ มีเงินทุนมาก และมีเครือข่ายกว้างขวาง มีวิธีการหลากหลายและแนบเนียนในการติดต่อเพื่อชักชวนและชักจูงให้คนไทยเดินทางเข้าบราซิลเพื่อลักลอบขนยาเสพติด (โคเคน) กลับไปให้ผู้ว่าจ้างในประเทศไทยและประเทศอื่น ๆ ส่วนใหญ่ผู้รับจ้างถูกชักจูงจากชาวต่างชาติผิวดำในภูมิภาคแอฟริกา เช่น ชาวไนจีเรีย และชาติอื่น ๆ ซึ่งชาวต่างชาติที่มีพฤติกรรมน่าสงสัยว่าพัวพันและมีส่วนร่วมในขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาตินี้ มีถิ่นพำนักทั้งในไทยและในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น มาเลเซีย บุคคลเหล่านี้  มักสร้างเครือข่ายของตนในท้องถิ่นที่ไปส้องสุมกัน บ้างก็มีคู่สมรสเป็นคนท้องถิ่น และคู่สมรสท้องถิ่นเหล่านี้ จะมีส่วนร่วมในการลักลอบขนยาเสพติด และ/หรือ ในการสรรหา ติดต่อและทาบทามผู้รับจ้างไปลักลอบขนยาเสพติด โดยแหล่งที่มีผู้ที่มีคุณสมบัติเหมาะสมเป็นผู้รับจ้างขนยาเสพติด ได้แก่ ถนนสุขุมวิท กรุงเทพ ฯ เมืองพัทยา แหล่งท่องเที่ยวอื่น ๆ ที่ชาวต่างชาติพำนักอยู่จำนวนมาก
คุณสมบัติ (หรือโทษสมบัติ) ของผู้ที่มักจะถูกทาบทามหรือถูกหลอกให้ขนยาเสพติดข้ามชาติ ได้แก่ เป็นผู้มีความสามารถในการใช้ภาษาอังกฤษ ทำงานในแหล่งท่องเที่ยวหรือสถานบันเทิงมาก่อน ติดต่อเกี่ยวข้องกับคนต่างชาติ รวมทั้ง จากทางอินเตอร์เน็ต และอาจมีบางรายที่ถูกหลอกให้สำคัญผิดว่า มีผู้ใจดีออกค่าใช้จ่ายพร้อมมอบเงินก้นถุง (pocket money) ในการเดินทางไปท่องเที่ยวในต่างประเทศ และฝากให้ไปติดต่อหรือรับของฝากจากเพื่อนหรือคนรู้จักในต่างประเทศมาให้ผู้ใจดีด้วยเท่านั้น จึงดีใจและตกลงรับน้ำใจ (จอมปลอม) นั้น
“ทำไมถึงทำกับฉันได้”  ผู้ต้องหาและนักโทษบางรายเล่าว่า ในการซุกซ่อนนำยาเสพติด(โคเคน) ออกจากบราซิล จะถูกบังคับให้กลืนยาเสพติดที่นำมาแบ่งบรรจุเป็นห่อเล็กขนาดนิ้วโป้งหรือขนาดมะระขี้นกและหุ้มด้วยพลาสติกหรือแผ่นยางเหนียวกันฉีกขาด แล้วบังคับให้กลืนลงไปให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ขึ้นอยู่กับสภาพร่างกายของแต่ละคน บางคนอาจกลืนได้ถึง 50 – 70 ชิ้น และยังถูกขู่บังคับด้วยว่า หากไม่พยายามกลืนเข้าไปให้ได้มากที่สุดแล้ว จะนำยาเสพติดที่เหลือบรรจุในช่องทางอื่น เช่น ทวารหนัก จึงต้องพยายาม กลืนลงไปน้ำตาก็ไหลไป จนอาเจียนออกมาเป็นเลือดระหว่างพยายามกลืนให้ได้จำนวนมากที่สุดก็มี  เมื่อไม่ยินยอมทำตามก็ถูกทำร้าย จนต้องยอมทำตาม (กรณีห่อยาเสพติดฉีกขาดและแตกในท้องระหว่างเดินทางอาจทำให้ถึงตายได้ หากแพทย์ไม่สามารถช่วยชีวิตได้ทัน) บ้างก็เล่าว่า ได้รับคำสั่ง/คำขอร้องให้นำกระเป๋าบรรจุของฝากไปให้เพื่อนในประเทศไทย เปิดดูแล้วก็ไม่น่าจะมีอะไรผิดกฎหมายในนั้น จึงรับฝากมาและผู้ที่ขอร้องก็เป็นเพื่อน/คนรู้จักกัน จึงไว้ใจ แต่ปรากฏว่า มียาเสพติดบรรจุในกระเป๋าเมื่อเจ้าหน้าที่เลาะวัสดุที่ประกอบเป็นฝากระเป๋าหรือตัวกระเป๋าแยกจากกัน และบางครั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจก็ตรวจค้นพบยาเสพติดก็แทรกในวัสดุที่เป็นพื้นรองเท้าและรองเท้าเหล่านั้นบรรจุอยู่ในกระเป๋าเดินทางที่ได้รับฝากมา
จึงมีข้อพึงระวังว่า (ก) อย่ารับฝากของจากใครไปให้ผู้รับในต่างประเทศ ควรปฏิเสธอย่างนุ่มนวล แม้ผู้ฝากอาจเป็นญาติหรือเพื่อนหรือคนรู้จักกัน เนื่องจากเพื่อนหรือญาติบางคน ก็ไม่อาจเชื่อใจได้ ดูเหมือนจะเป็นการมองโลกในแง่ร้ายมากไปหน่อย แต่หากถูกจับกุมดำเนินคดีไม่ว่าจะในไทยหรือในต่างประเทศก็ต้องทุกข์ทรมาน จนกว่าจะพ้นโทษ โดยไม่สามารถให้ใครมาถูกคุมขังแทนในเรือนจำได้ จึงขอแนะนำว่า หากจำเป็นต้องรับฝาก เนื่องจากเกรงใจผู้ฝาก ควรขอรับอาสาไปซื้อของที่ต้องการส่งให้ผู้รับในต่างแดนด้วยตนเอง จะได้มั่นใจว่า ของที่นำไปไม่ใช่ของผิดกฎหมาย (ข) ไม่ควรรับของฟรีจากใคร เช่น มีผู้เสนอให้ไปเที่ยวต่างประเทศโดยผู้เดินทางไม่ต้องออกค่าใช้จ่ายใด ๆ พร้อมทั้งแถมเงินสำหรับใช้จ่ายระหว่างท่องเที่ยว แต่ขอให้นำสิ่งของหรือกระเป๋า (ที่มีสิ่งผิดกฎหมายซุกซ่อนอยู่ภายใน) ไปมอบให้ผู้รับปลายทางด้วย ของฟรีที่ดี ๆ ในโลกนี้ อาจจะมี แต่หายาก โดยเฉพาะจากผู้ที่ไม่ใช่บุคคลในครอบครัวหรือญาติ
“หนูโดนเขาหลอกและหนูผิดไปแล้ว”  แนวทางในการรอดพ้นจากการถูกลงโทษหรือแม้รับโทษก็อาจไม่มากนัก คือ ยอมให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่ทางการ ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจกันผู้ต้องหาให้หลุดพ้นไปเป็นพยานบุคคล เพื่อประโยชน์ของทางการในการสืบค้นถึงต้นตอ/เครือข่ายของขบวนการข้ามชาติได้ คนไทยที่ถูกจับกุมในบราซิลด้วยข้อหายาเสพติด มี 2 รูปแบบ ได้แก่ (ก) ข้อหาลักลอบขนยาเสพติดออกไปต่างประเทศ (2) ข้อหามียาเสพติดในครอบครอง ปี 2554 มีผู้ต้องหาและนักโทษไทยในบราซิลประมาณ 30 คน และเป็นหญิง อายุระหว่าง 20 – 40 ปี ท้องที่ที่ถูกจับกุมอยู่ที่รัฐเซา เปาโล (Sao Paulo) และถูกคุมขังที่เรือนจำในนครเซา เปาโล
นักโทษหญิงไทยในบราซิลประสบปัญหายุ่งยากหลายด้าน  เช่น ภาษา การเงิน และครอบครัว ดังนี้
 (1) ภาษาอย่าคิดว่าไม่สำคัญ  เมื่อถูกจับกุมและถูกสอบสวนโดยเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิล หญิงไทยที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่ได้ หรือใช้ได้แต่ยังไม่ดีพอ เจ้าหน้าที่ตำรวจจะติดต่อสถานเอกอัครราชทูตของไทยในบราซิล ซึ่งตั้งอยู่ห่างจากเมืองที่เกิดเหตุประมาณ 1,000 กิโลเมตร เพื่อช่วยจัดหาล่ามมาแปลเป็นภาษาไทยให้หญิงไทยดังกล่าว และบ่อยครั้งที่สถานเอกอัครราชทูต ฯ ไม่สามารถช่วยจัดหาหรือติดต่อให้คนไทยในบราซิลที่สามารถใช้ภาษาโปรตุเกสได้ดีเพียงพอที่จะช่วยเป็นล่ามแปลภาษาไทย – ภาษาโปรตุเกสได้ นอกจากนี้ ยังเกรงด้วยว่า หากล่ามแปลผิดพลาดจะทำให้ผู้ต้องหาเสียหายหรือเสียประโยชน์ ล่ามภาษาไทยในบราซิลขาดแคลน เนื่องจาก (ก) มีคนไทยพำนักในบราซิลจำนวนน้อย (ประมาณ 100 คน) และอยู่กระจัดกระจายในเมืองต่าง ๆ ที่ห่างไกลมากทั่วประเทศ จึงไม่สะดวกในการเดินทางและหากเดินทางก็เสียค่าใช้จ่ายสูงต้องเดินทางโดยเครื่องบิน ซึ่งผู้ต้องหาหรือนักโทษต้องเป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายของล่ามทั้งหมด หากหน่วยงานของบราซิลไม่รับผิดชอบค่าใช้จ่ายดังกล่าว (ข) มีคนไทยจำนวนน้อยมากที่สามารถใช้ภาษาโปรตุเกสได้อย่างดีทั้งภาษาพูดและภาษาเขียน  (ค) บ่อยครั้งที่ศาลบราซิลจำเป็นต้องจัดหาล่ามภาษาอังกฤษ – ภาษาโปรตุเกสมาให้ผู้ต้องหาชาวไทย โดยศาลบราซิลรับผิดชอบค่าใช้จ่ายของล่ามดังกล่าว
แม้ศาลบราซิลจะเป็นผู้จัดหาทนายความอาสา (Public Defender) มาช่วยเหลือดูแลผู้ต้องหาในการแก้ต่างในคดีที่ถูกจับกุม หากไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายได้ แต่เนื่องจากทนายความที่ศาลจัดหาให้มีงานมาก จึงทำให้ทนายความบางรายไม่สามารถดูแลคดีได้อย่างละเอียดถี่ถ้วนและรอบคอบ ทำให้ผู้ต้องหาและนักโทษเหล่านั้นเสียประโยชน์  เช่น ได้รับพิจารณาลงโทษหลายปี  ดังนั้น จึงมีนักโทษหลายรายดิ้นรนว่าจ้างทนายความส่วนตัว (Private Lawyer) ซึ่งมีค่าใช้จ่ายสูงและผู้ต้องหาและนักโทษต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายทั้งหมดด้วยตนเอง มีหลายรายจ่ายเงินค่าบริการของทนายความจากเงินรายได้ที่ตนได้รับจากการทำงานในเรือนจำ แต่งานที่จะสร้างรายได้ให้ผู้ต้องหาและนักโทษในเรือนจำ ไม่ได้มีปริมาณมากเพียงพอกับความต้องการของนักโทษทุกราย   
(2)  เงิน เงิน เงิน โดยที่ผู้ต้องหาและนักโทษส่วนใหญ่เป็นผู้มีรายได้น้อยหรือยากจน และหลายรายเป็นหัวหน้าครอบครัวที่ต้องหารายได้มาเลี้ยงดูสมาชิกในครอบครัว เช่น พ่อ แม่ ลูก เป็นต้น เมื่อตนถูกจับกุม บุคคลในครอบครัวจึงประสบปัญหาทางเศรษฐกิจและได้รับผลกระทบไปด้วย เช่น กำลังเจ็บป่วยต้องเข้ารับการรักษาพยาบาล หรือกำลังศึกษาเล่าเรียน  ขณะถูกคุมขังจึงพยายามทำงานเพื่อสะสมรายได้ไว้สำหรับ (ก) เพื่อซื้อสิ่งของเครื่องใช้ส่วนตัวระหว่างที่ต้องขังในเรือนจำ และระหว่างรอการพ้นโทษนอกเรือนจำ โดยมีทัณฑ์บน (on parole) ต้องไปรายงานตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจบราซิลที่ศาลบราซิลระบุไว้  (ข) เพื่อจัดส่งให้สมาชิกในครอบครัวที่จำเป็นต้องดำรงชีวิตอยู่ระหว่างที่หัวหน้าครอบครัวไม่มีเงิน ไม่มีรายได้ และไม่สามารถส่งเงินให้ได้
 (3)  ด้วยรักและคิดถึง หญิงไทยที่เป็นผู้ต้องหาและนักโทษในบราซิล หลายรายต้องนอนร้องไห้ หรือมีแนวโน้มเป็นโรคซึมเศร้า เนื่องจากคิดถึงและห่วงใย พ่อ แม่ และลูก ว่า จะกินอยู่อย่างไร ใครจะส่งเสียและเลี้ยงดู เนื่องจากปกติตนเป็นผู้รับผิดชอบทั้งหมด จึงมีนักโทษบางรายฆ่าตัวตาย หรือเครียดหงุดหงิดทะเลาะกับนักโทษอื่นจนถูกฆ่าตาย
(4) “อโรคยา ปรมาลาภา ความไม่มีโรค เป็นลาภอันประเสริฐ” มีผู้ต้องหาและนักโทษบางรายที่ป่วยด้วยโรคร้ายแรง เช่น มะเร็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง เป็นต้น และต้องรับยาหรือรับการตรวจรักษาประจำกับแพทย์ในไทย เมื่อถูกคุมขังในเรือนจำในต่างแดน เช่น เรือนจำบราซิลที่มีบริการตรวจและให้การรักษาแก่ผู้ต้องหาและนักโทษทุกคน แต่เนื่องจากงบประมาณของเรือนจำมีจำกัด และมีผู้รอรับบริการจำนวนมาก จึงต้องลงชื่อขอนัดพบแพทย์ของเรือนจำ และใช้เวลารอนานเป็นเดือน ๆ กว่าจะได้เข้ารับการตรวจและรักษา นอกจากนี้ ผู้ป่วยฉุกเฉินรายหลาย จะได้รับยาแก้ปวด (พาราเซตามอล) เพื่อบรรเทาอาการป่วย ไม่ว่าจะป่วยด้วยโรคอะไรก็ตาม ทั้งนี้ หากสถานเอกอัครราชทูต ฯ ทราบข่าวก็จะช่วยประสานกับเจ้าหน้าที่ของเรือนจำและเจ้าหน้าที่ขององค์กรเอกชนในบราซิลให้ช่วยดูแลด้วย แต่เนื่องจากรัฐบาลบราซิลมีงบประมาณจำกัด จึงทำให้บริการด้านการรักษาพยาบาลยังไม่ทั่วถึงและไม่เพียงพอ ทั้งนี้รวมทั้งสำหรับชาวบราซิลทั่วไปด้วย  
(5) “บ้านเรา...แสนสุขใจ”  นักโทษบางรายเมื่อรับโทษในเรือนจำเป็นระยะเวลานานพอสมควร ศาลอาจมีคำสั่งให้ออกไปพำนักนอกเรือนจำได้ โดยมีทัณฑ์บนและต้องไปรายงานตัวต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจท้องที่จนกว่าจะพ้นโทษที่ศาลพิพากษาไว้ จึงจะสามารถเดินทางออกนอกบราซิลได้ ซึ่งหากเป็นชาวบราซิลก็คงจัดงานฉลองอิสรภาพและมีความสุขกับครอบครัวและญาติมิตร รวมทั้งไปหางานทำได้ในไม่ช้า แต่กรณีคนไทยต้องคิดหนักแทบไม่อยากได้รับความกรุณาจากศาลแบบนี้นัก เพราะ (ก) จะไปอยู่ที่ไหน (ข) ยังสื่อสารภาษาโปรตุเกสไม่ได้ (ค) แล้วจะหางานได้ไหม เอกสารหลักฐานที่ต้องใช้ในการสมัครงานมีอะไรบ้าง มีครบถ้วนไหม (ง) เงินไม่มี หรือมีเงินเก็บสะสมจำนวนไม่มากนักจากการทำงานในเรือนจำโดยเฉพาะหากบ้านพักชั่วคราวขององค์กรการกุศล (NGO) ซึ่งมีจำนวนจำกัดและยังไม่ว่าง จึงมีนักโทษต่างชาติบางรายต้องอาศัยข้างถนนเป็นแรมเดือน จนกว่าจะสามารถเดินทางออกจากบราซิลได้ บางรายก็วางแผนล่วงหน้าระยะยาวผูกมิตรกับผู้ที่คาดว่าจะได้รับการปล่อยตัวออกไปอยู่โลกภายนอกในเวลาใกล้เคียงกันและชักชวนไปเช่าบ้านอยู่รวมกันหรือไปขออาศัยอยู่กับครอบครัวของชาวบราซิล เร่งหางานทำให้มีรายได้มาใช้จ่ายให้เพียงพอโดยยอมรับค่าแรงที่ถูกกว่าคนท้องถิ่นและเก็บเงินส่วนหนึ่งเพื่อซื้อบัตรโดยสารเครื่องบินเดินทางกลับประเทศของตนเมื่อศาลสั่งให้พ้นโทษและสามารถเดินทางกลับประเทศภูมิลำเนาได้
ความช่วยเหลือแก่นักโทษไทยในบราซิลจากสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงบราซิเลีย ได้แก่ (ก) การขอเข้าเยี่ยมนักโทษในเรือนจำปีละ 1 – 2 ครั้ง ตามแต่โอกาสและงบประมาณจะอำนวย เพื่อดูแลและสอบถามความเป็นอยู่ และพบหารือกับเจ้าหน้าที่ของทางการท้องถิ่นที่เกี่ยวข้อง เช่น เจ้าหน้าที่เรือนจำ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ทนายความอาสา (Public Defender) และเจ้าหน้าที่ขององค์กรการกุศลเอกชน เพื่อสร้างความคุ้นเคยและหารือถึงแนวทางในการให้ความช่วยเหลือดูแลผู้ต้องหาและนักโทษไทยให้ได้รับความเป็นธรรมและได้รับการปฏิบัติดูแลด้วยดี โดยเฉพาะเมื่อเจ็บป่วย พร้อมทั้งนำของเยี่ยมเช่น อาหารบางชนิดและหนังสือพจนานุกรมภาษาไทย – ภาษาโปรตุเกส / ภาษาโปรตุเกส - ภาษาไทย และหนังสือประเภทอื่น ๆ ที่เรือนจำอนุญาตให้นำเข้าไปได้ นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ฯ ยังได้รับความร่วมมือในการช่วยเหลือดูแลผู้ต้องหาและนักโทษไทยในบราซิลจากหน่วยงานไทยในบราซิลด้วยดี ได้แก่ สำนักงานการค้าต่างประเทศ ณ นครเซา เปาโล และสถานกงสุลกิตติมศักดิ์ ณ นครเซา เปาโล (ข)  การประสานงานกับทางการท้องถิ่นในการช่วยเหลือดูแลผู้ต้องหาและนักโทษไทยทุกคน (ค) การช่วยเหลือด้านเอกสารต่าง ๆ ของนักโทษก่อนการส่งกลับไทยเมื่อพ้นโทษและช่วยเหลือทดรองจ่ายค่าใช้จ่ายในการเดินทางกลับไทย โดยต้องชดใช้หนี้คืนให้ทางการไทย (ง) การช่วยเหลือติดต่อกับครอบครัวของผู้ต้องหาและนักโทษไทยระหว่างรับโทษในบราซิล ทั้งผ่านกระทรวงการต่างประเทศในไทยและทางจดหมายหรืออินเตอร์เน็ต
        ติดต่อสอบถามและแจ้งการเดินทางเข้าบราซิลเพื่อรวบรวมเป็นฐานข้อมูลให้กับสถานเอกอัครราชทูต
ณ กรุงบราซิเลีย ได้ที่ thaibra2011@gmail.com และ thaiembbrazil@gmail.com โทร. (+55 61) 3324 6943 www.thaiembassybrazil.com และ www.thaiembassy.org/brasilia

กลับ

Add a comment